เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายเอกสิทธิ์ อ่ำฉอ้อน สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอศรีราชา หรือ “สจ.เอ็ม” เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุชาติ เจริญศรี สารวัตรสอบสวน สภ.ศรีราชา พร้อม นายเอกสิทธิ์ บุญขจรพงศ์ ทนายความส่วนตัว เพื่อนำหลักฐานเพิ่มเติมในกรณีถูกกล่าวหาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงเลือกตั้ง ส.ส.เขต 6

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กไม่ระบุตัวตน โพสต์ข้อความในกลุ่ม “แจ้งข่าว ณ ศรีราชา” กล่าวอ้างถึงนายเอกสิทธิ์ว่าเป็นหัวคะแนนในการซื้อเสียงเลือกตั้ง สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง ต่อมานายเอกสิทธิ์ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี และสืบหาข้อมูลจนทราบตัวเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว

ในการเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ นายเอกสิทธิ์ได้นำเอกสารและหลักฐานที่ระบุตัวตนของผู้โพสต์มามอบให้เจ้าหน้าที่ พร้อมยืนยันในเบื้องต้นว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างสำหรับผู้ใช้สื่อออนไลน์อย่างไม่รับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ สินธุปัน อายุ 21 ปี เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กที่โพสต์ข้อความดังกล่าว และนายภพพล ประทุมษา อายุ 32 ปี แอดมินเพจ “แจ้งข่าวศรีราชา” และกลุ่ม “แจ้งข่าว ณ ศรีราชา” ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อพูดคุยไกล่เกลี่ย

ภายหลังการพูดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง ภายในห้องพนักงานสอบสวน นายณัฐพงษ์ได้กล่าวขอโทษและมอบพวงมาลัยขอขมานายเอกสิทธิ์ พร้อมรับปากว่าจะปรับปรุงตัวและไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนโพสต์ข้อความใด ๆ ในอนาคต ขณะที่นายภพพลในฐานะแอดมินเพจ ได้กล่าวขอโทษในส่วนของการไม่คัดกรองเนื้อหาก่อนเผยแพร่ และยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโพสต์ในกลุ่มมากยิ่งขึ้น

นายเอกสิทธิ์เปิดเผยภายหลังว่า ตนไม่ได้มีความโกรธเคือง และตัดสินใจให้อภัยคู่กรณีทั้งสองฝ่าย โดยเห็นแก่ความสงสารและอนาคตของผู้โพสต์ซึ่งยังอายุน้อย จึงตัดสินใจถอนแจ้งความเพื่อเปิดโอกาสให้ได้มีที่ยืนในสังคมและอนาคตในการทำงานต่อไป

พร้อมกันนี้ยังฝากเตือนไปยังผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทุกคน ให้ใช้วิจารณญาณและไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนโพสต์ข้อความใด ๆ เพราะการกระทำเพียงครั้งเดียวอาจสร้างความเสียหายต่อผู้อื่นได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ภายหลังข้อยุติดังกล่าว คู่กรณีทั้งสามฝ่ายได้ดำเนินการถอนแจ้งความต่อหน้าพนักงานสอบสวน เพื่อยุติเรื่องราวโดยไม่ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





