เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ศาลจังหวัดพัทยา ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดี ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาเป็นโจทก์ ฟ้อง นายหมิง กับพวกรวม 2 คน ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ยุทธภัณฑ์ และเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดอาวุธและยุทธภัณฑ์จำนวนมากจากจำเลย ประกอบด้วยปืนสงคราม เครื่องกระสุน ซองกระสุน วัตถุระเบิดแรงสูงชนิดซีโฟร์ (C4) อุปกรณ์ประกอบระเบิด เสื้อเกราะกันกระสุน เครื่องตัดสัญญาณวิทยุ และวิทยุสื่อสาร โดย นาย หมิงเชิง เป็นผู้ครอบครองของกลางดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต

ในชั้นพิจารณา นาย หมิงเชิง ให้การรับสารภาพ ตลอดข้อกล่าวหา ส่วน จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความชั่วคราว พร้อมกำหนดให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องใหม่ภายใน 15 วัน และให้ออกหมายขังไว้ระหว่างดำเนินคดี

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของนาย หมิงเชิง จำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ และพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม แม้จำเลยจะรับสารภาพอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา แต่เนื่องจากพฤติการณ์มีความร้ายแรง กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ จึงลดโทษให้เพียงหนึ่งในสาม ก่อนพิพากษา จำคุกรวม 44 ปี 24 เดือน

พร้อมกันนี้ ศาลมีคำสั่ง ริบของกลางทั้งหมด ได้แก่ ปืนพก Glock ขนาด 9 มิลลิเมตร ปืนเล็กกล M4 และ M16 เครื่องกระสุนปืน ระเบิดสังหารบุคคลหลายชนิด ระเบิดซีโฟร์ เสื้อเกราะกันกระสุน หน้ากากป้องกันสารเคมี เครื่องตัดสัญญาณวิทยุ ชุดรีโมทรับ-ส่งสัญญาณ และยุทธภัณฑ์อื่นที่ตรวจยึดได้

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวถือเป็นอีกคดีสำคัญที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาเร่งรัดการดำเนินคดีจนมีคำพิพากษาภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน นับจากวันเกิดเหตุ สะท้อนการบูรณาการทำงานร่วมกันของพนักงานสอบสวน อัยการ และศาล ในการนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็ว ภายใต้กรอบของกฎหมาย




