เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 12 กันยายน 2569 น.ส.บีม อายุ 28 ปี เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ยุทธนา โพธิ์สีดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา หลังอ้างว่าถูกชายชาวจีนกักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกายภายในห้องพักคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านถนนทัพพระยา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือและออกจากห้องมาได้

น.ส.บีม ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุโทรศัพท์มือถือของตนสูญหาย และสงสัยว่ารุ่นน้องหญิงที่รู้จักกันอาจนำไป ต่อมาได้รับแจ้งว่าหากต้องการติดตามโทรศัพท์คืนให้เดินทางไปยังคอนโดมิเนียมดังกล่าว จึงเดินทางไปพร้อมพี่สาวซึ่งเป็นสาวประเภทสอง

เมื่อไปถึงห้องพัก ผู้เสียหายอ้างว่า ชายชาวจีนซึ่งอยู่ภายในห้องเปิดประตูออกมา ก่อนดึงทั้งสองเข้าไปภายในและเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย โดยพี่สาวสามารถดิ้นหลุดและหลบหนีออกมาได้ แต่ น.ส.บีม ไม่สามารถออกจากห้องได้

ผู้เสียหายกล่าวอ้างต่อว่า ชายชาวจีนกักขังตนไว้ภายในห้อง บังคับให้ถอดเสื้อผ้าและพยายามบังคับทางเพศ แต่ตนปฏิเสธ จึงถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์กินเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง

น.ส.บีม ยังให้การอ้างว่า ระหว่างอยู่ภายในห้อง ชายคนดังกล่าวมีอาการเมา และ นำสิ่งของที่ผู้เสียหายระบุว่าเป็น “หัวพอร์ตเค” ประมาณ 30 หัวออกมาให้ดู
ต่อมามีชายไทยและหญิงไทยซึ่งรู้จักกับผู้เสียหายเดินทางมาถึงห้องพัก ก่อนที่ชายชาวจีนจะยอมให้ น.ส.บีม ออกจากห้อง จากนั้นผู้เสียหายจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังกล่าวอ้างว่าชายชาวจีนรู้จักกับตำรวจหลายราย และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
ภายหลังรับแจ้ง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา เดินทางไปยังคอนโดมิเนียมที่เกิดเหตุ โดยประสานนิติบุคคลนำเจ้าหน้าที่ไปยังห้องพัก ก่อนพบชายชาวจีนรายดังกล่าวและเชิญตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ระหว่างนำตัวออกจากห้อง ชายคนดังกล่าวมีท่าทีขัดขืนและไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความทุลักทุเล
เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหาย ชายชาวจีน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างว่าพบ “หัวพอร์ตเค” จำนวนมากภายในห้องพักนั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้าตรวจค้นภายในห้อง และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลและเอกสารประจำตัวของชายชาวจีน หลังขณะเชิญตัวไม่สามารถแสดงเอกสารให้ตรวจสอบได้ โดยตำรวจยืนยันว่าจะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




