หน้าแรก ข่าวอาชญากรรม แม่ร้อง สายไหมต้องรอด ถูกลูกทรพี ติดยา-การพนัน ทุบตี จนต้องล็อกประตูห้องหลายชั้น หวั่นถูกลูกฆ่าตาย

แม่ร้อง สายไหมต้องรอด ถูกลูกทรพี ติดยา-การพนัน ทุบตี จนต้องล็อกประตูห้องหลายชั้น หวั่นถูกลูกฆ่าตาย

489
0
แบ่งปัน

เมื่อเวลา 14.00 น. ( 8 ส.ค.67 ) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.หนองปรือ ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 162/11 หมู่ 10 ภายในหมู่บ้านรัตนากรวิลเลจ 23 ซอยเขาน้อย ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับการร้องเรียน จาก นางสาวกุ้ง นามสมมุติ อายุ 47 ปี ว่าเธอถูกลูกชายแท้ๆ ทำร้ายร่างกาย เพราะต้องการเงิน ไปซื้อยาเสพติดเสพ และ เล่นการพนัน แถมยังไปงัดบ้านยายเข้าไปขโมยของและเงิน จนทุกในบ้านต่างขวัญผวา

เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว บ้านมีลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว พบ นางสาวกุ้ง ผู้เป็นแม่ยืนอยู่หน้าบ้าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า พร้อมทั้งบอกว่า  “ลูกชายกำลังนอนอยู่ในห้อง” จากนั้นแม่ก็พาไปเปิดห้องนอนของลูกชาย ทราบชื่อต่อมา นายชินบัญชา ( ขอสงวนนามสกุล ) หรือมาร์ค อายุ 24 ปี กำลังนอนหลับ พอตำรวจปลุกให้ตื่น เจ้าตัวก็ตื่นขึ้นมาในสภาพงัวเงีย นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์เสพยาเสพติด และ ซองซิบพลาสติกใสอีกจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ พยายามสอบถาม นายชินบัญชา หรือมาร์ค กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าตัวพยายามปฏิเสธไม่ได้เสพยาเสพติด ส่วนอุปกรณ์ยาเสพติดที่พบ เพียงเก็บไว้เท่านั้น แต่ยอมรับว่าเคยเสพยา แต่เพิ่งจะไปบำบัด ที่ศูนย์เกิดใหม่สวนผึ้ง จ.กาญจนบุรี เมื่อปลายปีที่แล้ว ส่วนที่มีอาการดังกล่าวเพราะป่วยเป็นจิตเวช ปัจจุบันยังกินยารักษาอยู่  ส่วนเรื่องที่ทำร้ายแม่ ยอมรับว่าทำจริงและได้ขอโทษแม่ไปแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่า แม่จะแจ้งตำรวจมาจับ

ต่อมา ตำรวจมีการควบคุมตัว นายชินบัญชา หรือมาร์ค  ไปโรงพัก (สภ.หนองปรือ) ซึ่งในระหว่างพาตัวไปขึ้นรถ แม่กับลูกชาย มีการเผชิญหน้ากัน ซึ่งลูกชายได้พูดจาตำหนิผู้เป็นแม่ ลักษณะทำไมต้องแจ้งนักข่าว ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า อยู่ต่อหน้าแม่แล้ว อยากขอโทษแม่หรือไม่ นายชินบัญชา กับแสดงอาการไม่พอใจพร้อมทั้งพูดว่า “ หึ ไม่เอา ไม่ขอโทษหรอก” โดยเบื้องต้นตำรวจฝ่ายสืบสวน มีการปัสสาวะ นายชินบัญชา ปรากฏว่า มีปัสสาวะเป็นสีม่วง ซึ่งเจ้าตัวก็ให้การยอมรับว่า เสพยาบ้า มาเมื่อหลายวันก่อน

นางสาวกุ้ง อายุ 47 ปี ผู้เป็นแม่ เล่าทั้งน้ำตาว่า ลูกชายไม่ได้เรียนหนังสือตั้งแต่ อายุ 14 และ ปัจจุบันไม่ได้ทำงาน เริ่มติดยาเสพติด เมื่อตอนอายุ 19 ปี คอยไปบำบัดเมื่อปลายปี 2566 ออกมาก็กลับไปเสพยาเสพติดอีก หนักสุดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่าลูกชาย ทั้งเสพยา และ ติดการพนันออนไลน์  พยายามจะทำร้าย ข่มขู่ ขอเงิน ถ้าไม่มีเงินให้ ก็จะอาละวาด จิกแขนแม่จนเขียวช้ำ ค้นตัวหาเงินและขู่จะฆ่า จนแม่ต้องหนีเข้าไปอยู่ในห้อง และล็อกกรประตูถึง 4 ชั้น  แต่ลูกชายก็พยายามจะพังประตูเข้ามา สุดท้ายเพื่อตัดปัญหา แม่จึงยอมให้เงินไป พอลูกชายได้เงิน ก็จะเปลี่ยนเป็นคนละคน มาพูดดี เรียกแม่ครับตลอดเวลานอกจากนี้ ลูกชายมีพฤติกรรมไปบ้านยาย ซึ่งอยู่ไม่ไกล โดยบ้าน ซึ่งยายเปิดเป็นร้านขายของชำ ลูกชายก็งัดบ้านเข้าไปขโมยของ ก็ขโมยเงินขายของของยายเป็นประจำ หรือ บ้างครั้งก็แย่งเงินจากมือยาย

นางสาวกุ้ง ยังเล่าต่ออีว่า สาเหตุที่ต้องขอความช่วยเหลือจาก สายไหมต้องรอด เพราะก่อนหน้านี้ เคยมาแจ้งความกับตำรวจหลายครั้ง แต่ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ โดยอ้างว่า เป็นเรื่องภายในครอบครัว จนกระทั่งล่าสุด วันที่ 4 ส.ค.โดยลูกชายทำร้ายอีก ( กล้อง วจป. จับภาพได้อย่างชัดเจน ) จึงส่งเรื่องไปขอความช่วยเหลือกับสายไหมต้องรอด ส่วนตัวยอมรับว่า รักลูกชายคนนี้มาก ตอนเด็กๆ ลูกชายเป็นคนน่ารักมาก แต่พอโตขึ้น แล้วมายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และ ติดการพนันออนไลน์ (ปั่นสล็อต) ก็ลูกชายก็เปลี่ยนไป จนลูกสาวคนโตต้องหนีออกจากบ้าน ล่าสุด แม่เพิ่งทำประกันชีวิต และเซ็นมอบ ผลประโยชน์ให้กับลูกสาว เพราะไม่รู้ว่าจะถูกฆ่าตายวันไหน นอกจากนี้สิ่งที่แม่ทำลงไป เพราะต้องการช่วยลูก ให้หายเป็นปกติ โดยยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับลูก ในข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายบุพการี รวมถึงให้ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาเศษยาเสพติดให้โทษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเรื่องลูกชายป่วยเป็นจิตเวช เรื่องนี้ก็ยอมรับว่าเป็นความจริง แต่ลูกชายไม่ยอมกินยา บวกกับเศษยาเสพติด จึงทำให้เกิดคุ้มคลั่ง และทำร้ายแม่ดังกล่าว

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า ในเคสนี้ เป็นพฤติกรรมความผิดซ้ำซากไม่เกรงกลัวกฏหมาย แม่มีการแจ้งความเรื่องทำร้ายร่างกาย ซึ่งลูกทำร้ายแม่มาแล้ว 10 ครั้ง แม่ก็มาแจ้งความ 2-3 ครั้ง แต่ตำรวจบอกว่า เป็นเรื่องภายในครอบครัว ให้ลองกับไปคุยกันก่อน ซึ่งในเรื่องนี้ ตนเองมองว่า ในคดีนี้ ตำรวจสามารถดำเนินคดี และดำเนินการแก้ปัญหาได้ เพราะมีคลิปวิดีโอยืนยันว่าเขามีพฤติกรรมที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายทำร้ายบุพการีมาแล้วซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้ง หากตำรวจมีการจับกุม และส่งฝากขัง ทางศาลก็คงรับเรื่อง และ ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในเรื่องนี้เด็ดขาด

พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.หนองปรือ ในเบื้องต้นได้ให้พนักงานสอบสวน รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้เป็นแม่ พร้อมทั้งจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนก่อนหน้านี้ที่มีการมาแจ้งความ พนักงานสอบสวนผู้ที่รับเรื่องได้ย้ายออกไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามทางตำรวจ ก็จะดำเนินการตรงไปตรงมา และ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายกฎหมายต่อไป….